คำถามที่พบบ่อย

เพราะคำถามจากลูกค้า เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรา บริษัท อีเอ เมคคานิกส์ จำกัด คัดเลือกคำถามที่ลูกค้ามักถามเข้ามาบ่อยครั้ง และเพื่อไขข้อสงสัยให้ท่าน เราจึงคัดสรรคำตอบที่ลูกค้าต้องการทราบจากแบรนด์ที่เราจัดจำหน่ายมาให้อย่างครบถ้วน ในกรณีที่ท่านต้องการสอบถามอย่างอื่นเพิ่มเติมสามารถส่งคำถามของท่านไว้ที่กล่องส่งคำถามด้านล่าง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1. Q: ความเป็นมาของเครื่องยนต์ DEUTZ เครื่องแรกของโลก?
A: ในปีค.ศ. 1864 N.A. Otto และ E.Langen ได้ก่อตั้ง บริษัท DEUTZ ขึ้น และในปี ค.ศ. 1870 N.A. Otto ได้คิดค้นเครื่องยนต์ 4 จังหวะตัวแรกของโลกขึ้น โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1896 DEUTZ ก็ได้ผลิตเครื่องยนต์ดีเซลออกมาเป็นรุ่นแรก

2. Q: เครื่องยนต์ DEUTZ มีกี่ประเภทการใช้งาน และมีขนาดเท่าไหร่บ้าง?
A:  เครื่องยนต์เพื่อการเกษต   40-520kW (54-697hp)
เครื่องยนต์เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมโรงงาน   18.4-180kW (24.5hp – 241hp)
เครื่องยนต์เครื่องกำเนิดไฟฟ้   12-399kW (16-535hp)
เครื่องยนต์เพื่องานเดินเรือ    35-450kW (47-603hp)
เครื่องยนต์เพื่องานบินส่วนภาคพื้น   18.4-500kW (24.5-671hp )
เครื่องยนต์เพื่องานรถไฟ   260-440kW (349-590hp)
เครื่องยนต์เพื่อยานพาหนะ  161-440kW (220-590hp)
เครื่องยนต์งานกองทัพ สามารถปรึกษาตัวแทนจำหน่ายได้โดยตรง

3. Q: เครื่องกำเนิดไฟฟ้าของ DEUTZ มีกี่ประเภท และแต่ละประเภทใช้ในงานรูปแบบใดได้บ้าง?
A:  เครื่องกำเนิดไฟฟ้า DEUTZ มีด้วยกัน 2 แบบ แบบตู้ครอบเก็บเสียง เรียกว่า Silent Canopy Set และแบบไร้ตู้ครอบเก็บเสียง เรียกว่า Open Skid Set ซึ่งความแตกต่างของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 แบบนี้ จะขึ้นอยู่กับการใช้งาน และสถานที่ ซึ่งแบบตู้ครอบเก็บเสียง จะเหมาะสำหรับการใช้งานประเภท คอนเสิร์ต, โรงพยาบาล, นิทรรศการ, อาคารพาณิชย์ และงานที่อยู่บนท่าเรือ ส่วนแบบไร้ตู้ครอบเก็บเสียง เหมาะที่จะใช้กับงานประเภท สถานที่ก่อสร้าง, การดำเนินงานเหมือง, โรงงาน และปั๊มดับเพลิงเรือ

4. Q: เครื่องยนต์ DEUTZ เป็นเครื่องยนต์อีกยี่ห้อที่มีได้รับมาตรฐานการรับรองด้านการปล่อยก๊าซไอเสีย จากสถาบันระดับโลก?
A: เครื่องยนต์ DEUTZ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับมาตรฐานด้านกาลดการรปล่อยมลภาวะไอเสียจากสถาบันหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา ระดับ 5 หรือ European Emission Standards: EU Stage V ซึ่งมาตรฐานนี้จะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2019 และ DEUTZ ยังคงพัฒนาระบบการปล่อยมลภาวะไอเสียให้มีประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งในณะเดียวกันเครื่องยนต์ DEUTZ ก็ยังสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ได้ด้วยเช่นกัน และนอกเหนือจากนั้น DEUTZ ได้ผลิตเครื่องยนต์ที่สามารถใช้พลังงานทดแทนเข้ามาตีตลาด โดยการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ หรือเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ที่ได้มาจากการผลิตกระแสไฟฟ้าทดแทน เพิ่มตัวเลือกให้กับการใช้เครื่องยนต์ในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นตามความต้องการของลูกค้า  และวิวัฒนาการของโลก

5. Q: นอกจากการจำหน่ายเครื่องยนต์ DEUTZ แล้ว ยังมีการให้บริการใดอีกบ้าง?
A: DEUTZ นอกจากจะจัดจำหน่ายเครื่องยนต์เพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรมหลากหลายรูปแบบแล้ว DEUTZ ยังมีการให้บริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งบริการที่ DEUTZ มี ได้แก่

  • ส่วนประกอบเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ DEUTZ มีส่วนประกอบที่หลากหลาย ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชิ้นถูกผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพ สามารถเข้ากับตัวเครื่องยนต์ได้อย่างถูกต้อง
  • การให้บริการด้านการซ่อมบำรุงจากวิศวกรที่เป็นเลิศDEUTZ มอบบริการการซ่อมบำรุงจากวิศวกรที่มีประสบการณ์ และความรู้ด้านเครื่องยนต์อย่างดีเยี่ยม เพื่อให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าบุคลากรของเราจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นงาน hardware หรือ software ก็ตาม
  • เครื่องมือช่างแบบมืออาชีพ เครื่องมือช่างที่มีคุณภาพสูงผลิตจากประเทศเยอรมัน: มีความยืดหยุ่น , ทนทาน และปลอดภัย – เหมาะสำหรับการทำงานในเวิร์คช๊อปอย่างมาก
  • ขยายเวลาการรับประกันอะไหล่ที่ยาวนานยิ่งขึ้น DEUTZ ขยายเวลาการรับประกันอะไหล่ให้นานยิ่งขึ้น 5 ปี ทำให้ท่านสามารถควบคุมต้นทุนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งคุ้มครอง การสำรองอะไหล่ และค่าแรง 100%

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://www.deutz.com/en/service/engine-plus/

6. Q: เครื่องยนต์รุ่นที่ใดของ DEUTZ ที่ได้รับมาตรฐาน EU Stage V?
A:  TCD 2.9 / 37 – 56 kW
TCD 3.6 / 56 – 100 kW
TCD 4.1 / 85 – 115 kW
TCD 6.1 / 130 – 206 kW
TCD 7.8 / 160 – 291 kW

เครื่องยนต์ DEUTZ “Stage V Ready” เป็นเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ด้านการลดการปล่อยมลพิษในอากาศ ตามข้อกำหนดของมาตรฐานการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรป EU Stage V  ซึ่งจะมีผลบังคับภายในปี ค.ศ. 2019 เป็นต้นไป

7. Q: บริการหลังการขายแบบครบวงจรจาก อีเอ เมคคานิกส์ฯ ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยมีอะไรบ้าง?
A: ในฐานะที่ อีเอ เมคคานิกส์ฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องยนต์ DEUTZ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เรามีบริการหลังการขายแบบครบวงจร ทั้งการบริการให้ข้อมูลลูกค้าจากวิศวกรผู้มีประสบการณ์ ช่วยให้ท่านสามารถกำหนดต้นทุนที่เหมาะสมในการสั่งซื้อ รับการเซอร์วิสและซ่อมบำรุง ข้อมูลอะไหล่แท้ที่ท่านสามารถเชื่อถือได้ รวมทั้งการให้ข้อมูลด้านการรับประกันที่เป็นธรรม

8. Q: คุณสมบัติหลักๆของ อะไหล่แท้ DEUTZ ได้แก่?
A:  – สั่งซื้อได้ง่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย ไม่ทำให้คุณเสียเวลา
– บริการการจัดส่ง ตอบสนองอย่างรวดเร็วทั่วโลก
– คุณภาพที่ยอดเยี่ยมของชิ้นส่วนทั้งหมด มีการรับประกันคุณภาพที่เข้มงวด
– ชุดเครื่องมือซ่อมเฉพาะ ราคาไม่แพงอย่างที่คิด
– อะไหล่มีจำหน่ายอย่างน้อย 15 ปีหลังจากสิ้นสุดการผลิตเครื่องยนต์รุ่นนั้นๆ

9. Q: เชื้อเพลิงไบโอนิค หรือไบโอดีเซลสามารถใช้กับเครื่องยนต์ของ DEUTZ ได้หรือไม่?
A:  เชื้อเพลิงไบโอนิค หรือไบโอดีเซลสามารถใช้กับเครื่องยนต์ DEUTZ ได้ โดยเชื้อเพลิงไบโอนิค หรือไบโอดีเซลหรือ FAME (กรดไขมันเมทิลเอสเตอร์) ประกอบด้วยน้ำมันพืชที่แปลงมาจากกรดไขมันเอสเตอร์มาปรับปรุง เพื่อให้มีคุณสมบัติเทียบเท่าน้ำมันดีเซล ในประเทศเยอรมนี จะใช้น้ำมันจากเมล็ดเรพซีดมาเป็นวัตถุดิบขั้นต้น ซึ่งเรียกกันว่า น้ำมันเมธิลเอสเทอร์ หรือ RME ไบโอดีเซลสามารถใช้ได้ในเครื่องยนต์ที่รองรับกับน้ำมันที่ไม่ผ่านการผสม B100 หรือใช้ผสมกับน้ำมันปิโตรเลียมเช่น B7

เครื่องยนต์ DEUTZ ทั้งหมดได้รับการอนุมัติให้ใช้น้ำมันดีเซล และ ไบโอดีเซลผสม ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในยุโรปและสหรัฐอเมริกาตามมาตรฐาน EN 590 (สูงสุด 7%) และ ASTM D 975 (ไม่เกิน 5%) และนอกจากนี้ยังได้รับการอนุมัติให้ผสมสัดส่วนส่วนไบโอดีเซลที่สูงขึ้น (EN 16734 / EN 16709 / ASTM D 7467) และเพื่อให้เชื้อเพลิงสะอาดตามมาตรฐาน EN 14214

10. Q: บริษัท อีเอ เมคคานิกส์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายเครื่องยนต์ DEUTZ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย?
A: บริษัท อีเอ เมคคานิกส์ จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก DEUTZ ประเทศเยอรมัน และ DEUTZ เอเชียแปซิฟิก ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องยน์ DEUTZ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งนอกจากการจำหน่ายเครื่องยนต์เพื่องานอุตสาหกรรมที่หลากหลายแล้ว อีเอ เมคคานิกส์ฯ ยังมีบริการหลังการขายแบบครบวงจร ทั้งการจัดจำหน่ายอะไหล่แท้ที่มีคุณภาพ พร้อมกับการบริการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์ให้กับลูกค้าทุกท่านจากวิศวกร และทีมช่างที่มีประสบการณ์

1. บริษัท อีเอ เมคคานิกส์ จำกัด จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใดบ้าง ภายใต้แบรนด์ จีอี ทรานสปอตเทชั่น?

– บริษัท อีเอ เมคคานิกส์ จำกัด ได้ร่วมธุรกิจกับทาง จีอี ทรานสปอตเทชั่น โดยการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เครื่องยนต์ดีเซลความเร็วระดับกลางสำหรับเรือ ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และมอเตอร์ขุดเจาะ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย รวมทั้งให้บริการชิ้นส่วนอะไหล่แท้ บริการหลังการขาย พร้อมการซ่อมบำรุง

2. บริษัท อีเอ เมคคานิกส์ จำกัด จัดจำหน่าย มีผลิตภัณฑ์ จีอี ทรานสปอตเทชั่น ชนิดใดบ้าง?

– เครื่องยนต์ดีเซลจาก จีอี ทรานสปอตเทชั่น มีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น V228, L250 และ V250 โดยถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้กับทุกสภาพแวดล้อม คำนึงถึงการประหยัดน้ำมันเป็นส่วนสำคัญ ซึ่งจะต้องช่วยประหยัดต้นทุนด้านการดูแลรักษาได้ในระยะยาว โดยจีอี ยังคงพัฒนาสมรรถนะของเครื่องยนต์ให้ดีเยี่ยมตามมาตรฐานสถาบันการันตีเครื่องยนต์ระดับสากล (EPA และ IMO) ได้แก่

เครื่องยนต์ดีเซลเรือ (Medium Speed) ขนาด 1,754 แรงม้า ถึง 6,235 แรงม้า เครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้า ขนาด 1,675 กิโลวัตต์ ถึง 5,070 กิโลวัตต์ และมอเตอร์ที่ใช้ในแท่นขุดเจาะพลังงานเชื้อเพลิง แบบไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ขนาด 1,150 แรงม้า ถึง 1,500 แรงม้า แบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ขนาด 1,085 แรงม้า ถึง 1,130 แรงม้า

 3. เครื่องยนต์ จีอี ทรานสปอตเทชั่น ใช้เทคโนโลยีใดในการลดการปล่อยมลภาวะทางอากาศ

– จีอี ทรานสปอตเทชั่น ใส่ใจในคุณภาพของเครื่องยนต์บวกกับคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จึงได้คิดค้น และพัฒนาวิวัฒนาการของเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยลดการปล่อยมลภาวะทางอากาศ (Nox2) ได้มากกว่า 70% โดยการนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์แบบไร้ระบบ SCR มาแทนที่ไว้ในเครื่องยนต์จีอี ส่งผลให้ระบบยูเรียไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป และทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ตรงตามมาตรฐานการควบคุมมลภาวะทางอากาศ EPA ระดับ 4 และ IMO ระดับ 3

4. ข้อแตกต่างระหว่าง เทคโนโลยี EGR ในเครื่องยนต์เรือ (Medium Speed) จาก จีอี ทรานสปอตเทชั้น และระบบยูเรีย มีอะไรบ้าง?

– ระบบ EGR สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในห้องเครื่องยนต์เพื่อจัดเก็บสิ่งจำเป็นได้มากยิ่งขึ้นอีก 75% ซึ่งในทางกลับกันระบบ SCR ต้องใช้พื้นที่จัดเก็บยูเรีย และส่วนประกอบอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลต่อปริมาตร และน้ำหนักของเรือ

– ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และบำรุงรักษาเป็นเวลานาน (เพิ่มขึ้นกว่า 40,000 ชั่วโมง) ระหว่างการยกเครื่องใหม่โดยไม่จำเป็นต้องใช้ระบบยูเรียอีกต่อไป

– เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ และตอบสนองโหลดได้สูงสุดโดยใช้ระยะเวลาการทำกำลังโหลดเต็มได้ที่ภายในประมาณ 15 วินาที

– ลดความซับซ้อนการออกแบบเรือ และประหยัดเวลาการต่อเรือ และต่าใช้จ่าย

5. EPA Tier 4 และ IMO Tier III คืออะไร

EPA Tier 4 – มาตรฐานด้านการปล่อยมลภาวะไอเสีย สถาบันหน่วยงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา ระดับ 4 ได้ถูกแก้ไขใหม่เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2004 ซึ่งมีผลบังคับใช้ 2008 – 2015 มาตรฐานระดับที่ 4 กำหนดให้การปลดปล่อย PM (Preventive Maintenance) และ NOx (Nitrogen Oxides) ลดลงอีกประมาณ 90% การลดการปล่อยก๊าซดังกล่าวทำได้โดยการใช้เทคโนโลยีตัวควบคุม รวมทั้งการบำบัดก๊าซไอเสียที่มีความเข้มข้น ซึ่งจะคล้ายกับข้อกำหนดมาตรฐานสำหรับเครื่องยนต์ที่อยู่บนท้องถนน ในปี 2007-2010

IMO Tier III – มีผลบังคับใช้ภายในกลุ่มประเทศที่ควบคุมมลภาวะทางอากาศในอเมริกาเหนือ และสหรัฐอเมริกา หรือ ECAs โดยจะมีผลกับเรือที่ทำการวางกระดูกงูในหรือหลังจากวันที่ 1 มกราคม 2016 และมีกำลังเครื่องยนต์ที่ มากกว่าหรือเท่ากับ ≥130kW ซึ่งสำหรับเรือที่มีการต่อไปก่อนหน้า ระยะเวลาข้างต้นถือว่ายกเว้น ซึ่งขีดจำกัด การปล่อยก๊าซ Tier III นี้จะมีผลบังคับใช้กับเรือที่มีการวางกระดูกงู ณ วันที่ ECAs NOx ฉบับใหม่กำหนด

6. ระยะการรับประกันจาก GE

– ระยะการรับประกันสินค้า 1 ปี นับจากวันที่ระบุไว้ในใบเรียกชำระเงิน*

7.คุณสมบัติเด่นของ ชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ของ จีอี ทรานสปอตเทชั่น มีอะไรบ้าง

– มีฐานรองเครื่องพร้อมติดตั้ง หรือ มีตู้ครอบเก็บเสียงประกอบมาพร้อม

– อุปกรณ์ที่ติดตั้งมากับชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ทุกส่วนพร้อมใช้งาน

– ระบบระบายความร้อนทำงานได้อย่างทนทาน แม้ในสภาพอุณภูมิที่สูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่ทำให้ส่งผลกระทบต่ออัตราพลังงานเครื่องยนต์

– ตู้ครอบมีความทนทานสูง สามารถทำงานได้ในทุกสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย หรือแม้แต่ทำงานท่ามกลางพายุเฮอริเคนก็ตาม

– รองรับระบบการทำงานหลายรูปแบบการใช้งาน ได้แก่ Island, load-share, back start และ utility parallel

– ทำงานได้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่ท้าทายอย่าง ทะเลทราย โดยใช้การกรองอากาศแบบ cyclonic หรือแบบกรองกระดาษ

– ระบบการทำงานในแต่ละส่วนของเครื่องยนต์ สามารถเชื่อมต่อ และสั่งการได้ด้วย จอระบบสัมผัส (touch screen)

8. ข้อดีของมอเตอร์ขุดเจาะกระแสสลับของ จีอี ทรานสปอตเทชั่น?

– ให้แรงบิด และความเร็วรอบสูง

มอเตอร์ขุดเจาะแบบกระแสสลับของ จีอี ทรานสปอตเทชั่น สามารถเพิ่มแรงบิดได้ทั้งความเร็วรอบสูง และรอบต่ำ ได้มากกว่าในมอเตอร์ขุดเจาะแบบกระแสตรง โดยที่มอเตอร์ขุดเจาะแบบกระแสสลับทำรอบได้สูงสุดที่ 3,000 รอบ

– ใบพัดเเรงเฉื่อยต่ำ

ใบพัดแรงเฉื่อยต่ำ จะช่วงเพิ่มประสิทธิภาพอัตราการเร่งได้ดียิ่งขึ้นในจังหวะสตาร์ท ทำงานได้อย่างไม่สะดุด และสูญเสียพลังงานกลน้อยที่สุด ซึ่งใบพัดที่มีน้ำหนักเบา และทำงานที่แรงเฉื่อย จะส่งผลให้กระแสไฟฟ้า และตัวเหนี่ยวนำสนามแม่เหล็กทำงานได้ดียิ่งขึ้น

9. ข้อดีของมอเตอร์ขุดเจาะกระแสตรงของ จีอี ทรานสปอตเทชั่น

– สมรรถนะที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว

ลูกค้าแท่นขุดเจาะรายใหญ่ทั่วโลกต่างได้พิสูจน์สมรรถนะของมอเตอร์ขุดเจาะกระแสตรง รุ่น GE 752 แล้ว ต่างมีความพึงพอใจในสมรรถนะการใช้งานที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง

– ความไว้วางใจในสมรรถนะการทำงาน ที่คุ้มค่า

มอเตอร์ขุดเจาะกระแสตรง GE 752 นับพัน ทำงานอยู่บนแท่นขุดเจาะเกือบทุกประเภททั่วโลก ลูกค้าแท่นขุดเจาะหลายราย ต่างได้กล่าวถึงสมรรถนะของมอเตอร์ขุดเจาะกระแสตรง GE 752 ว่าสามารถทำงานเป็นปีๆ โดยไม่ต้องเข้ารับการซ่อมบำรุง ทำให้งานของพวกเค้าดำเนินไปได้โดยไม่สะดุด

10. สามารถติดต่อลูกค้าสัมพันธ์ และสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ไหน

– สำหรับบริการลูกค้าสัมพันธ์และสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทร +662 722 1118 หรือ แฟกซ์ +662 722 1311 และ อีเมล info@eamechanics.com หรือ ผ่านช่องทางการติดต่อบนหน้าเว็บไซต์ www.eamechanics.com

*ข้อกำหนด และเงื่อนไข เป็นไปตามข้อตกลง

1. ถาม: Scania มีเครื่องยนต์เรือจำหน่ายด้วยหรือไม่?
ตอบ: Scania ผลิตและพัฒนาเครื่องยนต์เรือมาเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว โดยผลิตและจัดจำหน่ายแก่ลูกค้าทั่วโลก, เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศแถบยุโรป, นอร์เวย์, เดนมาร์ก, เนเธอแลนด์หรือทางเอเชียโดยเฉพาะกลุ่มเรือประมงในประเทศเกาหลีใต้, เรือเฟอร์รี่หรือเรือนำเที่ยวในประเทศออสเตรเลีย โดยมีจุดเด่นในด้านความประหยัดน้ำมันและความทนทานของเครื่องยนต์

2. ถาม: เครื่องยนต์เรือ Scania เป็นบริษัทเดียวกันกับที่ผลิตรถบรรทุกหรือรถบัส Scania หรือไม่?
ตอบ: ใช่ เครื่องยนต์เรือ Scania เป็นบริษัทเดียวกันกับที่ผลิตรถบรรทุกหรือรถบัส Scania โดยมีสำนักงานใหญ่และศูนย์วิจัยและพัฒนา ณ เมือง Södertälje ประเทศสวีเดน

3.ถาม: เครื่องยนต์เรือ Scania ประกอบและผลิตที่ไหน?
ตอบ: เครื่องยนต์เรือ Scania ทุกเครื่องหรือเครื่องยนต์ชนิดอื่นๆ ของสแกนเนีย ผลิตและประกอบ ณ โรงงานประกอบของสแกนเนีย ประเทศสวีเดน

4. ถาม: อะไหล่เครื่องยนต์เรือ Scania หายาก, ซ่อมยาก, แพงหรือไม่?
ตอบ: หาไม่ยาก, ซ่อมไม่ยากและราคาไม่แพง เนื่องจากอะไหล่และชิ้นส่วนเครื่องยนต์เรือ Scania กว่า 90% เป็นอะไหล่ที่สามารถใช้ร่วมกันหรือทดแทนกันได้กับเครื่องยนต์รถบรรทุกหรือรถบัสสแกนเนีย (Scania Modular system) พร้อมการรับประกัน 6 เดือน หากซื้อเฉพาะอะไหล่และรับประกัน 1 ปีหากซื้ออะไหล่พร้อมงานบริการจากศูนย์สแกนเนีย

5. ถาม: เครื่องยนต์เรือ Scania เป็นเครื่อง Mechanics หรือ ECU มีกี่รุ่น, กี่แรงม้าสูงสุด?
ตอบ: เครื่องยนต์เรือ Scania เป็นเครื่องยนต์ที่ควบคุมการทำงานโดย ECU ทั้งหมดหรือตามสแกนเนียคือ EMS: Engine Management System มีทั้งหมด 3 รุ่นคือ
เครื่องยนต์ขับใบจักร(Main propulsion engine)
1) รุ่น DI09, 9 ลิตร 5 สูบแถวเรียง, 220-400 แรงม้า
2) รุ่น DI13, 13 ลิตร 6 สูบแถวเรียง, 220-750 แรงม้า
3) รุ่น DI16, 16 ลิตร V8 สูบ, 300-1200 แรงม้า
เครื่องต้นกำลังปั่นไฟในเรือ สูงสุด 640 kW (Auxiliary engine)

6. ถาม: จุดเด่นของเครื่องยนต์เรือ Scania คืออะไร?
ตอบ: 1. เป็นเครื่องที่ให้กำลังแรงม้าและแรงบิดสูงกว่า เทียบจากขนาดความจุของเครื่องยนต์ (Power to weight ratio)
2. เป็นเครื่องยนต์ที่มีขนาดกะทัดรัด ง่ายต่อการติดตั้ง, ออกแบบและง่ายต่อการบำรุงรักษา (Compact dimension)
3. ประหยัดน้ำมันและให้กำลังแรงบิดสูงสุดทีรอบเครื่องยนต์ต่ำ (High torque at low rev)
4. Uptime ที่ยาวนานกว่า ความพร้อมด้านอะไหล่ที่สามารถใช้ร่วมและทดแทนกันได้, ง่ายต่อการดูแลรักษา, เครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
5. ค่าใช้จ่ายตลอดอายุการทำงานของเครื่องยนต์ที่ต่ำกว่า Life Cycle Cost (ประหยัดน้ำมันกว่า (ต้นทุนหลัก), ระยะเวลาการเปลี่ยนถ่าย, เครื่องยนต์มีระยะการใช้งานที่ยาวนานถึง 20,000 ชม.และค่าใช้จ่ายในการ Overhaul ก็น้อยกว่าเนื่องจากเครื่องมีขนาดที่เล็กกว่า, ชิ้นส่วนน้อยกว่า)

7. ถาม: เครื่องยนต์เรือ Scania ใช้กับน้ำมันดีเซลที่ขายในประเทศไทยได้หรือไม่?
ตอบ: เครื่องยนต์เรือ Scania สามารถใช้ได้กับน้ำมันดีเซลทุกชนิดที่มีจำหน่ายตามสถานีบริการมาตราฐานทั่วประเทศไทย

8. ถาม: เมื่อท่านซื้อเครื่องยนต์ Scania ท่านจะได้รับ?
ตอบ: เครื่องยนต์ ตามoption มาพร้อมกับชุดจอมอนิเตอร์ 5.7 นิ้วแบบ touch screen และชุดควบคุม เปิด-ปิด เครื่องยนต์

9. ถาม: หากสนใจหรือต้องการข้อมูลเครื่องยนต์ Scania เพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ไหน?
ตอบ: ท่านสามารถติดต่อ อีเอ เมคคานิกส์ ตัวแทนจำหน่ายเครื่องยนต์ Scania อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ +6627221118 หรือ ทางอีเมล info@eamechanics.com หรือ marketing.thauland@scania.com

10. ถาม: หากซื้อไปแล้วเครื่องยนต์มีปัญหาสามารถติดต่อใครได้ที่ไหน และการรับประกันเครื่องยนต์เป็นอย่างไร?
ตอบ: สามารถติดต่อศูนย์บริการมาตราฐานของสแกนนียทั้ง 10ศูนย์ทั่วประเทศไทย ได้แก่ บางนา, แหลมฉบัง, ระยอง, สุราษฎร์, หาดใหญ่, สระบุรี, นครสวรรค์, ตาก, เชียงใหม่, ขอนแก่น ซึ่งในอนาคต จะมีการขยายศูนย์บริการลูกค้า เพิ่มเป็น 16 ศูนย์บริการ เพื่อให้รองรับกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต รวมไปถึง ท่านสามารถติอต่อ อีเอ เมคคานิกส์ ได้ในกรณีฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง โดยติดต่อ มาที่เบอร์โทรศัพท์ +669-22528777 และระยะเวลา ของการรับประกันเครื่องยนต์ Scania ทุกรุ่น จะอยู่ที่ระยะเวลา 1 ปี (นับจากวันที่ลูกค้าเริ่มใช้งานเครื่องยนต์วันแรก)